แพลนเที่ยวญี่ปุ่น
ฮอกไกโด อาหารเด็ด 2026 — ซีฟู้ด ราเม็ง ซูชิ ปู นมสด
ร้านอาหาร

ฮอกไกโด อาหารเด็ด 2026 — ซีฟู้ด ราเม็ง ซูชิ ปู นมสด

hokkaido เผยแพร่เมื่อ 27 มีนาคม 2569

สรุปสั้นๆ

ราคา:ราเม็ง 170-250 บาท, ซูชิโอตารุ 600-1,450 บาท, ปูยักษ์ set 1,030-2,060 บาท
ซื้อที่ไหนถูกสุด:ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ปลาหมึกสดๆ ตกเอง 103-206 บาท

อัปเดตล่าสุด: 27 มีนาคม 2569

สารบัญ

ทำไมฮอกไกโดถึงเป็นสวรรค์ของนักกิน?

ฮอกไกโดไม่ใช่แค่เกาะเหนือที่มีหิมะสวยๆ — ที่นี่คือ แหล่งผลิตอาหารอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ผลิตนมกว่า 50% ของประเทศ มีทะเลล้อมรอบ 3 ด้านให้อาหารทะเลสดๆ ทุกวัน และอากาศหนาวทำให้ผักผลไม้หวานกว่าที่ไหนๆ

ไม่รู้จะเริ่มกินตรงไหน? ซื้อ JR Hokkaido Rail Pass (2,058 บาท, 4.9 ดาว จาก 100K+ รีวิว) นั่งรถไฟข้ามเมืองกินให้ครบ ซัปโปโร → โอตารุ → อาซาฮิกาวะ → ฮาโกดาเตะ ครบทุกรสชาติ

สิ่งที่ต้องกินให้ได้ก่อนกลับ:

  • ราเม็งมิโซะ ที่ Ramen Yokocho ซัปโปโร — ต้นตำรับแท้ๆ
  • ซูชิปลาสด ที่ถนนซูชิโอตารุ — สดกว่าโตเกียวเพราะอยู่ติดทะเล
  • ปูยักษ์ tarabagani + zuwaigani ที่ตลาด Nijo หรือ Jogai
  • ซุปเคอร์รี่ — เมนูที่เกิดในซัปโปโรเท่านั้น
  • เนื้อแกะ Genghis Khan — หมูกระทะสไตล์ฮอกไกโด
  • ซอฟต์ครีมนมสด — กินทุกวันไม่เบื่อ

อัตราแลกเปลี่ยน ณ มีนาคม 2026: 1 เยน ≈ 0.21 บาท (1,000 เยน ≈ 210 บาท)


ราเม็งมิโซะซัปโปโร — ต้นตำรับแห่งเกาะเหนือ

ราเม็งซัปโปโรเป็นหนึ่งใน 3 สไตล์ราเม็งหลักของญี่ปุ่น เกิดขึ้นครั้งแรกในทศวรรษ 1950 ที่ร้าน Aji no Sanpei ในซัปโปโร จุดเด่นคือน้ำซุปมิโซะเข้มข้น ผสมกระเทียม ขิง และเนยฮอกไกโด เส้นหนาหยิกรับน้ำซุปได้ดี ท็อปปิ้งมาตรฐานคือข้าวโพดหวาน เนยก้อน หมูสไลซ์ และต้นหอม อากาศหนาวของฮอกไกโดทำให้ราเม็งชามร้อนๆ เป็นมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด ราคาเริ่มต้นที่ 800-1,200 เยน (165-250 บาท) ต่อชาม ถูกกว่าราเม็งร้านดังในโตเกียวเสียอีก

Sapporo Ramen Yokocho (ราเม็งซอย) — ตำนาน 70 ปี

Ganso Sapporo Ramen Yokocho (元祖さっぽろラーメン横丁) เป็นซอยราเม็งที่มีมาตั้งแต่ปี 1951 อยู่ในย่าน Susukino มีร้านราเม็งเรียงกัน 17 ร้านในซอยแคบๆ บรรยากาศแบบ retro ญี่ปุ่นแท้ๆ

  • ที่ตั้ง: ย่าน Susukino, ซัปโปโร (สถานี Susukino ทางออก 3 → เดิน 3 นาที)
  • 📍 ดูแผนที่
  • ราคา: 800-1,200 เยน (165-250 บาท)
  • ร้านแนะนำ:
    • Ramen no Shigen — มิโซะราเม็งคลาสสิก เส้นหยิกเหนียวนุ่ม
    • Hiroshi — มิโซะเนย ข้าวโพดหวาน ท็อปปิ้งเน้นๆ
    • Teshikaga Ramen — มิโซะสไตล์ดั้งเดิม เปิดมานานกว่า 40 ปี
  • เปิด: แต่ละร้านเวลาต่างกัน ส่วนใหญ่ 11:00-翌3:00
  • Tip: มาตอนดึกหลังดื่ม izakaya — เป็นวัฒนธรรม shime ramen (ปิดท้ายด้วยราเม็ง)

ราเม็งร้านดังนอก Yokocho

  • Sumire (すみれ) — ร้านมิโซะราเม็งระดับตำนาน น้ำซุปมิโซะเข้มข้นที่สุดในซัปโปโร มีชั้นน้ำมันหมูลอยหน้ากันความร้อน กินแล้วอุ่นท้องสุดๆ ราคา 900-1,200 เยน (186-250 บาท) 📍 แผนที่
  • Sapporo Junren (純連) — อีกร้านระดับ masterclass ของมิโซะราเม็ง น้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อม เส้นหยิกกำลังดี ราคา 850-1,100 เยน (176-227 บาท)

ซูชิโอตารุ — สดกว่าโตเกียว ราคาดีกว่า

Otaru Sushi Street (寿司屋通り)

โอตารุอยู่ห่างจากซัปโปโรแค่ 32 นาทีโดยรถไฟ JR แต่เป็น เมืองซูชิที่ดังที่สุดในฮอกไกโด เพราะเป็นเมืองท่าประมงมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปลาสดจากทะเลญี่ปุ่นเหนือขึ้นท่าที่นี่ทุกเช้า ถนน Sushi-ya Dori มีร้านซูชิกว่า 20 ร้านเรียงกัน ราคาถูกกว่าซูชิระดับเดียวกันในโตเกียว 20-30%

โอตารุเป็นเมืองท่าประมงที่ตั้งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีในฐานะศูนย์กลางอาหารทะเลของฮอกไกโด ซูชิที่นี่ใช้ปลาที่จับได้ในวันเดียวกัน ไม่ต้องขนส่งไกลเหมือนโตเกียว ทำให้ความสดและรสชาติเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นักชิมชาวญี่ปุ่นหลายคนยกให้โอตารุเป็นเมืองซูชิที่ดีที่สุดในประเทศ โดยเฉพาะเมนู uni (หอยเม่น) จากเกาะริชิริที่มีรสหวานละมุนไม่เหมือนที่ไหน ราคา omakase set เริ่มต้นที่ 3,000-7,000 เยน (620-1,445 บาท) ซึ่งถูกกว่าโตเกียวที่ omakase ระดับเดียวกันเริ่ม 10,000 เยนขึ้นไป

  • ที่ตั้ง: ถนน Sushi-ya Dori (寿司屋通り), Otaru
  • 📍 ดูแผนที่
  • ราคา: set ซูชิ 3,000-7,000 เยน (620-1,445 บาท), จานเดี่ยว 300-800 เยน
  • ร้านแนะนำ:
    • Masazushi (政寿司) — ร้านเก่าแก่ที่สุด เปิดมาตั้งแต่ปี 1938 omakase คุณภาพสูง
    • Otaru Takeda (小樽たけだ) — ราคากลาง ซูชิสดมาก
    • Naruto Sushi (なると寿司) — set ราคาดี คนท้องถิ่นชอบมา
  • วิธีไป: JR Hakodate Line จาก Sapporo → Otaru 32-50 นาที, ค่ารถ 750 เยน (155 บาท) หรือใช้ JR Hokkaido Rail Pass ฟรี
  • Tip: ไปช่วง 10:00-11:00 คิวสั้น ปลาสดที่สุด

ตลาดอาหารทะเล — สวรรค์ซีฟู้ดฮอกไกโด

ตลาด Nijo (二条市場) — ใจกลางซัปโปโร

ตลาดอาหารทะเลกลางเมืองซัปโปโร เปิดมากว่า 100 ปี เดินจากสถานี Odori ได้เลย มีทั้งร้านอาหาร kaisendon (ข้าวหน้าปลาดิบ) และแผงขายอาหารทะเลสด

  • ที่ตั้ง: Minami 3-jo Higashi 1-2, Chuo-ku, Sapporo (สถานี Odori → เดิน 5 นาที)
  • 📍 ดูแผนที่
  • ราคา: kaisendon 1,500-3,000 เยน (310-620 บาท), ปูย่าง 2,000-5,000 เยน (413-1,032 บาท)
  • เมนูเด็ด: kaisendon (ข้าวหน้ารวมมิตร), ปูต้ม, หอยเม่น (uni), ikura (ไข่ปลาแซลมอน)
  • เปิด: 7:00-18:00 (ร้านอาหารบางร้านเปิดถึง 21:00)
  • Tip: กินมื้อเช้าที่นี่ kaisendon มื้อเช้าราคาดีกว่า + ของสดกว่า

ตลาด Jogai (場外市場) — ข้างตลาดกลางซัปโปโร

ตลาด Jogai (Sapporo Curb Market) อยู่ข้างตลาดกลางซัปโปโร ใหญ่กว่าตลาด Nijo มีร้านค้ากว่า 60 ร้าน คนท้องถิ่นมาซื้อของทำกินที่นี่จริงๆ ราคาดีกว่าตลาดที่เน้นนักท่องเที่ยว

  • ที่ตั้ง: Sapporo Curb Market, Chuo-ku, Sapporo (สถานี Nijuyonken → เดิน 7 นาที)
  • 📍 ดูแผนที่
  • ราคา: kaisendon 1,200-2,500 เยน (248-516 บาท), ปูสด 3,000-10,000 เยน (620-2,064 บาท)
  • เปิด: 6:00-17:00 (ร้านอาหารถึง 15:00)
  • Tip: มาเช้า 7:00-8:00 ของสดที่สุด และหลายร้านลดราคาช่วงบ่ายก่อนปิด

ปูยักษ์ฮอกไกโด — ไม่กินถือว่ามาฟรี

ฮอกไกโดเป็นแหล่งปูที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น มีปู 3 ชนิดที่ต้องลอง:

ชนิดปูชื่อญี่ปุ่นราคาต่อตัว/setลักษณะ
King Crab (ปูราชา)タラバガニ (tarabagani)5,000-15,000 เยน (1,032-3,097 บาท)ขาใหญ่ เนื้อเยอะ รสหวานเต็มๆ
Snow Crab (ปูหิมะ)ズワイガニ (zuwaigani)3,000-8,000 เยน (620-1,651 บาท)เนื้อละเอียด หวานนุ่ม
Hairy Crab (ปูขน)毛ガニ (kegani)3,000-7,000 เยน (620-1,445 บาท)เนื้อน้อยแต่รสเข้มข้น มันปูอร่อยสุด

ที่ไหนกินปูดี?

  • ตลาด Nijo / Jogai — เลือกปูสดๆ แล้วให้ร้านทำให้กินตรงนั้น ราคาดีที่สุด
  • Kani Honke (かに本家) — ร้านปูชื่อดังในซัปโปโร ปู course 5,000-10,000 เยน (1,032-2,064 บาท)
  • ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ — ปูสดราคาประมูล

Tip: ช่วงฤดูกาลปู (พฤศจิกายน-มีนาคม) ราคาดีที่สุดและสดที่สุด มาช่วงฤดูร้อนปูจะเป็นแบบแช่แข็ง


ซุปเคอร์รี่ — เมนูที่เกิดในซัปโปโรเท่านั้น

ซุปเคอร์รี่ (スープカレー) เป็นอาหารที่ถือกำเนิดในซัปโปโรช่วงทศวรรษ 1970 ไม่เหมือนแกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปที่ข้นหนืด ซุปเคอร์รี่เป็นน้ำซุปเครื่องเทศใส ข้างในมีผักย่างชิ้นโต ไก่ทั้งขา หรือหมู ข้าวเสิร์ฟแยกจาน กินโดยตักข้าวจุ่มซุป ปัจจุบันซัปโปโรมีร้านซุปเคอร์รี่กว่า 200 ร้าน แต่ละร้านมีสูตรน้ำซุปต่างกัน เครื่องเทศอินเดีย ผสมกับวัตถุดิบท้องถิ่นฮอกไกโด สร้างรสชาติที่ไม่ซ้ำใคร ราคาเริ่มต้น 1,000-1,500 เยน (206-310 บาท)

ร้านซุปเคอร์รี่แนะนำ

  • Suage+ (スアゲプラス) — ร้านดังอันดับต้นๆ ผักทอดกรอบ ไก่ขาใหญ่ น้ำซุปเข้มข้น ราคา 1,200-1,800 เยน (248-372 บาท) 📍 แผนที่
  • Garaku (ガラク) — ร้านที่คนญี่ปุ่นเองต่อคิวยาว เลือกระดับเผ็ดได้ 1-40 ราคา 1,100-1,600 เยน (227-330 บาท)
  • Picante — น้ำซุปสไตล์เนปาล มีเมนู vegan ด้วย ราคา 1,000-1,500 เยน (206-310 บาท)
  • Magic Spice — ร้าน OG ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1993 ถือเป็นผู้บุกเบิกซุปเคอร์รี่ในซัปโปโร

Tip: สั่ง chicken leg (チキンレッグ) เป็นเมนูมาตรฐาน เลือกระดับเผ็ดเริ่มจาก 3-5 ก่อน (พอๆ กับเผ็ดน้อยของคนไทย)


เนื้อแกะ Genghis Khan — หมูกระทะสไตล์ฮอกไกโด

Genghis Khan (ジンギスカン — jingisukan) เป็นเนื้อแกะย่างบนกระทะโค้งนูนรูปหมวกเหล็ก เป็นอาหารประจำถิ่นของฮอกไกโดที่คนท้องถิ่นกินกันเป็นปกติเหมือนคนไทยกินหมูกระทะ ชื่อตั้งตามเจงกิสข่าน จักรพรรดิมองโกล เพราะตำนานว่าทหารมองโกลย่างเนื้อบนหมวกเหล็ก

  • ราคา: all-you-can-eat 2,500-3,500 เยน (516-723 บาท), set ปกติ 1,500-2,500 เยน (310-516 บาท)
  • ร้านแนะนำ:
    • Sapporo Beer Garden — กินในอาคาร red brick สุดคลาสสิก all-you-can-eat + beer 3,500 เยน (723 บาท) 📍 แผนที่
    • Daruma (だるま) — ร้านเล็กในซอย Susukino เปิดมากว่า 70 ปี เนื้อแกะสดไม่หมักซอส ราคา 1,000-2,000 เยน (206-413 บาท)
    • Matsuo Jingisukan (松尾ジンギスカン) — เชนดังของฮอกไกโด เนื้อหมักซอสพิเศษ ราคา 1,200-2,000 เยน (248-413 บาท)
  • Tip: เนื้อแกะมี 2 แบบ — nama (生) คือสดไม่หมัก รสชาติดีกว่าแต่แพงกว่า และ taste (味付け) คือหมักซอสมาแล้ว ถ้าไม่เคยกินเนื้อแกะ เริ่มจากแบบหมักซอสก่อนจะง่ายกว่า

ราเม็งอาซาฮิกาวะ — โชยุสไตล์เมืองหนาว

อาซาฮิกาวะเป็นเมืองที่หนาวที่สุดในฮอกไกโด ราเม็งที่นี่จึงมีเอกลักษณ์พิเศษ — น้ำซุปโชยุผสมน้ำมันหมูลอยหน้า เป็นชั้นฟิล์มบางๆ ที่ช่วยกันไม่ให้น้ำซุปเย็นเร็ว เหมาะกับอุณหภูมิที่ลงถึง -20 องศาในฤดูหนาว

  • ราคา: 750-1,100 เยน (155-227 บาท) — ถูกกว่าซัปโปโรอีก
  • ร้านแนะนำ:
    • Aoba (あおば) — ร้าน OG ที่เป็นต้นตำรับราเม็งอาซาฮิกาวะ เปิดมาตั้งแต่ปี 1947
    • Baikohken (梅光軒) — ร้านดังอีกแห่ง น้ำซุปโชยุเข้มข้น มีสาขาในสนามบิน
    • Hachiya (蜂屋) — น้ำมันหมูเยอะสุด เหมาะสายเข้มข้น
  • วิธีไป: JR จาก Sapporo → Asahikawa ประมาณ 1.5 ชม. ใช้ JR Hokkaido Rail Pass ได้
  • Tip: ถ้ามาอาซาฮิกาวะ แวะ สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (1,858 บาท, 4.6 ดาว) ด้วย ดูเพนกวินเดินพาเหรดช่วงฤดูหนาว

ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ — ปลาหมึกสดตกเอง

Hakodate Morning Market (函館朝市)

ตลาดเช้าฮาโกดาเตะเป็นหนึ่งในตลาดเช้าที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ข้างสถานีรถไฟ Hakodate เปิดตั้งแต่ตี 5 มีร้านค้ากว่า 250 ร้าน กิจกรรมไฮไลท์คือ ตกปลาหมึกสด (いか釣り) — ตกเองจากบ่อ แล้วร้านทำเป็นซาชิมิให้กินสดๆ ตรงนั้น ปลาหมึกยังใสเป็นแก้วเลย

  • ที่ตั้ง: ข้างสถานี JR Hakodate → เดิน 1 นาที
  • 📍 ดูแผนที่
  • ราคา:
    • ตกปลาหมึก + ทำซาชิมิ: 500-1,000 เยน (103-206 บาท)
    • Kaisendon (ข้าวหน้าปลาดิบ): 1,500-3,000 เยน (310-620 บาท)
    • Ikura don (ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน): 2,000-3,500 เยน (413-723 บาท)
  • เปิด: 5:00-14:00 (มกราคม-เมษายน เปิด 6:00)
  • Tip: มาก่อน 8:00 คนน้อย ของสดที่สุด ร้าน Ikkatei Tabiji และ Kikuyo Shokudo เป็นร้านดังในตลาด

นม ชีส ซอฟต์ครีม เมลอน — ของหวานจากฟาร์ม

ฮอกไกโดผลิตนมมากกว่า 50% ของทั้งประเทศญี่ปุ่น ทุ่งหญ้าเขียวขจี อากาศบริสุทธิ์ และน้ำสะอาดจากภูเขาทำให้นมฮอกไกโดมีรสหวานครีมมี่ไม่เหมือนที่ไหน แบรนด์นมดังอย่าง Yotsuba และ Tokachi Dairy เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ ซอฟต์ครีมฮอกไกโดที่ทำจากนมสดท้องถิ่น 100% มีรสหวานมัน ครีมมี่กว่าซอฟต์ครีมที่ไหนในญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด ราคาเริ่มต้นแค่ 300-500 เยน (62-103 บาท) หาซื้อได้แทบทุกมุมถนนในฮอกไกโด

ของหวานที่ต้องลอง

  • ซอฟต์ครีม (ソフトクリーム): 300-500 เยน (62-103 บาท) — กินทุกวันไม่เบื่อ ร้าน Kitakaro ที่โอตารุ และ Farm Tomita ที่ฟุราโนะเป็นร้านดัง
  • Yubari Melon (เมลอนยูบาริ): 1 ชิ้น 500-1,000 เยน (103-206 บาท), ทั้งลูก 1,500-5,000 เยน — หวานฉ่ำ เนื้อส้มเข้มข้น ฤดูกาลคือพฤษภาคม-สิงหาคม
  • Melon Pan ไส้ซอฟต์ครีม: 400-600 เยน (83-124 บาท) — ขนมปังเมลอนกรอบๆ ข้างในใส่ซอฟต์ครีมนมสด
  • Shiroi Koibito (白い恋人): ช็อกโกแลตขาวคุกกี้แซนวิช ของฝากอันดับ 1 ฮอกไกโด 12 ชิ้น 900 เยน (186 บาท)
  • LeTAO Double Fromage: ชีสเค้ก 2 ชั้นจากโอตารุ ราคา 1,836 เยน (379 บาท) — ซื้อกลับไทยได้ ส่งเย็น
  • ROYCE’ Nama Chocolate: ช็อกโกแลตสดจากฮอกไกโด กล่องละ 800 เยน (165 บาท) — ต้องเก็บเย็น

ตารางเปรียบเทียบอาหารเด็ดแต่ละเมือง

เมืองอาหารเด็ดราคาเริ่มต้นต้องกินให้ได้
ซัปโปโรราเม็งมิโซะ, ซุปเคอร์รี่, Genghis Khan800 เยน (165 บาท)Ramen Yokocho + Suage+ ซุปเคอร์รี่
โอตารุซูชิ, ชีสเค้ก LeTAO, ซอฟต์ครีม300 เยน (62 บาท)Sushi Street + LeTAO
อาซาฮิกาวะราเม็งโชยุ750 เยน (155 บาท)Aoba ราเม็ง
ฮาโกดาเตะปลาหมึกสด, kaisendon, ปู500 เยน (103 บาท)ตลาดเช้า ตกปลาหมึก
ฟุราโนะ/บิเอะเมลอน, ลาเวนเดอร์ซอฟต์ครีม, แกงกะหรี่300 เยน (62 บาท)Farm Tomita ซอฟต์ครีม

งบอาหารฮอกไกโด 2026

รายการงบประหยัดงบกลางงบหรู
มื้อเช้า300 เยน / 62 บาท (konbini)800 เยน / 165 บาท (ตลาดเช้า)1,500 เยน / 310 บาท (kaisendon)
มื้อกลางวัน900 เยน / 186 บาท (ราเม็ง)1,500 เยน / 310 บาท (ซูชิ set)3,000 เยน / 620 บาท (ปู set)
มื้อเย็น1,200 เยน / 248 บาท (Genghis Khan set)2,500 เยน / 516 บาท (ซุปเคอร์รี่ + เบียร์)5,000 เยน / 1,032 บาท (ปูยักษ์ course)
ของว่าง300 เยน / 62 บาท (ซอฟต์ครีม)500 เยน / 103 บาท (เมลอน)1,000 เยน / 206 บาท (เค้ก + คาเฟ่)
รวมต่อวัน2,700 เยน / 557 บาท5,300 เยน / 1,094 บาท10,500 เยน / 2,168 บาท

Konbini ฮอกไกโด — ของกิน limited edition

Convenience store ในฮอกไกโดมีสินค้า limited edition ที่ไม่มีในสาขาที่อื่น:

  • Seicomart (セイコーマート): convenience store ท้องถิ่นฮอกไกโด มีสินค้า house brand ราคาถูก hot chef (อาหารทำสด) อร่อยกว่า 7-11 หลายเมนู ต้องลอง katsudon และ onigiri ไข่ปลาแซลมอน
  • 7-11 ฮอกไกโด: onigiri ไส้ ikura (ไข่ปลาแซลมอน) ใหญ่กว่าสาขาอื่น, ครีมพัฟนมฮอกไกโด
  • Lawson: Uchi Cafe ซอฟต์ครีม premium milk Hokkaido
  • เบียร์ Sapporo Classic: เบียร์ที่ขายเฉพาะในฮอกไกโดเท่านั้น กระป๋องละ 250 เยน (52 บาท)

เที่ยว + กิน ข้ามเมืองด้วย JR Pass

ถ้าจะกินให้ครบทุกเมือง ต้องมี Rail Pass เพราะฮอกไกโดเกาะใหญ่มาก ซัปโปโร → ฮาโกดาเตะ อย่างเดียวค่ารถเที่ยวละ 9,440 เยน (1,949 บาท) ซื้อ pass คุ้มกว่าเยอะ

Passราคาครอบคลุมเหมาะกับ
JR Hokkaido Rail Pass2,058 บาท (5 วัน)ทั้งเกาะฮอกไกโดเที่ยวหลายเมือง
JR East-South Hokkaido Pass8,258 บาท (6 วัน)โตเกียว → ฮอกไกโดใต้มาจากโตเกียว
JR Tohoku-South Hokkaido Pass6,606 บาท (5 วัน)โทโฮคุ → ฮอกไกโดใต้แวะโทโฮคุด้วย

กิจกรรมเสริมระหว่างกินทัวร์

นอกจากกินแล้ว ฮอกไกโดมีกิจกรรมอีกเยอะที่จองผ่าน Klook ได้:


บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวซัปโปโร ครบจบ ราเม็ง เบียร์ หิมะ 2026แนะนำย่าน

เที่ยวซัปโปโร ครบจบ ราเม็ง เบียร์ หิมะ 2026

คู่มือเที่ยวซัปโปโร 2026 สวนโอโดริ หอนาฬิกา พิพิธภัณฑ์เบียร์ ทานุกิโคจิ ซูซูกิโนะ ราเม็งมิโซะ ซุปเคอร์รี่ เทศกาลหิมะ สรุปค่าใช้จ่าย

เที่ยวฮอกไกโด Ultimate Guide 2026 — คู่มือครบจบทุกเมืองแนะนำย่าน

เที่ยวฮอกไกโด Ultimate Guide 2026 — คู่มือครบจบทุกเมือง

คู่มือเที่ยวฮอกไกโด 2026 ครบทุกเมือง ซัปโปโร โอตารุ ฟูราโนะ นิเซโกะ โนโบริเบ็ตสึ ราเม็งมิโซะ ซีฟู้ด สกี ลาเวนเดอร์ เทศกาลหิมะ สรุปงบ

เที่ยวโอตารุ คลองโรแมนติก ซูชิ กล่องดนตรี 2026แนะนำย่าน

เที่ยวโอตารุ คลองโรแมนติก ซูชิ กล่องดนตรี 2026

ไกด์เที่ยวโอตารุ 2026 ครบจบ คลองโอตารุ ถนนซูชิ กล่องดนตรี วิธีเดินทางจากซัปโปโร แพลนเที่ยว 1 วัน พร้อมสรุปค่าใช้จ่าย

เช่ารถญี่ปุ่น 2026 ขับเที่ยวฮอกไกโด โอกินาว่า ครบทุกขั้นตอนวิธีจอง

เช่ารถญี่ปุ่น 2026 ขับเที่ยวฮอกไกโด โอกินาว่า ครบทุกขั้นตอน

คู่มือเช่ารถญี่ปุ่น 2026 ครบทุกเรื่อง ใบขับขี่สากล IDP บริษัทเช่ารถ ประกัน ทางด่วน ETC เส้นทาง Hokkaido Okinawa พร้อมราคาเปรียบเทียบ

คำถามที่พบบ่อย

อาหารฮอกไกโดต่างจากที่อื่นในญี่ปุ่นยังไง?
ฮอกไกโดเป็นแหล่งผลิตอาหารอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ผลิตนมกว่า 50% ของประเทศ วัตถุดิบสดใหม่จากทะเลและฟาร์มทำให้อาหารที่นี่มีเอกลักษณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ราเม็งซัปโปโรใช้มิโซะเข้มข้นต่างจากโตเกียวที่เน้นโชยุ ซูชิโอตารุใช้ปลาสดจากทะเลญี่ปุ่นเหนือ ซุปเคอร์รี่เป็นเมนูที่เกิดในซัปโปโรโดยเฉพาะ และเนื้อแกะย่าง Genghis Khan ก็เป็นวัฒนธรรมอาหารเฉพาะของฮอกไกโดที่หาทานที่อื่นยาก ถ้าอยากสัมผัสอาหารฮอกไกโดแบบเต็มรูปแบบ จอง JR Hokkaido Rail Pass (2,058 บาท) เดินทางข้ามเมืองกินให้ครบทุกจุด
งบค่าอาหารฮอกไกโดวันละเท่าไหร่?
งบอาหารในฮอกไกโดปี 2026 แบ่งได้ 3 ระดับ งบประหยัด 600-900 บาทต่อวัน โดยกินคอนบินิเป็นมื้อเช้า gyudon chain มื้อกลางวัน และราเม็งหรือซุปเคอร์รี่มื้อเย็น งบกลาง 1,200-1,800 บาทต่อวัน ได้กินซูชิโอตารุ ราเม็งร้านดัง และเนื้อแกะ Genghis Khan งบหรู 2,500 บาทขึ้นไปต่อวัน ได้ลอง kaisendon ปูยักษ์ ซูชิ omakase และตลาดเช้าฮาโกดาเตะ เคล็ดลับคือกินมื้อกลางวันเป็นมื้อใหญ่เพราะ lunch set ถูกกว่ามื้อเย็น 30-50% ทุกร้าน
ช่วงไหนอาหารทะเลฮอกไกโดอร่อยที่สุด?
ฮอกไกโดมีอาหารทะเลสดตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ปู tarabagani (king crab) ฤดูกาลคือพฤศจิกายน-มีนาคม ปู zuwaigani (snow crab) ช่วงพฤศจิกายน-มีนาคมเช่นกัน อุนิ (หอยเม่น) ช่วงมิถุนายน-สิงหาคมเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดจากเกาะริชิริ ปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน (ikura) ช่วงกันยายน-พฤศจิกายน ปลาหมึกสดที่ฮาโกดาเตะมีตลอดปีแต่ช่วงฤดูหนาวอร่อยเป็นพิเศษ ถ้ามาช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ถือว่าดีที่สุดสำหรับ seafood lovers เพราะได้ปูครบทุกชนิด
จาก Sapporo ไปกินซูชิที่โอตารุยังไง?
จากซัปโปโรไปโอตารุง่ายมาก นั่งรถไฟ JR Hakodate Line จากสถานี Sapporo ไปสถานี Otaru ใช้เวลาแค่ 32-50 นาที ค่ารถ 750 เยน (155 บาท) เที่ยวเดียว หรือถ้ามี JR Hokkaido Rail Pass ใช้ได้ฟรี ลงสถานี Otaru แล้วเดินตรงไปถนน Sakaimachi-dori ประมาณ 10 นาทีจะเจอ Otaru Sushi Street (寿司屋通り) มีร้านซูชิเรียงกันกว่า 20 ร้าน แนะนำไปช่วงเช้า 10:00-11:00 คิวสั้น ได้ปลาสดที่สุด กลับมาซัปโปโรทันมื้อเย็นสบายๆ
ฮอกไกโดมีอะไรกินนอกจากอาหารทะเล?
ฮอกไกโดมีอาหารเด็ดนอกจากซีฟู้ดอีกเยอะมาก อันดับแรกคือราเม็งมิโซะซัปโปโรที่เข้มข้นกว่าราเม็งที่ไหนในญี่ปุ่น ราเม็งโชยุอาซาฮิกาวะที่ใส่น้ำมันหมูลอยหน้ากันน้ำซุปเย็น ซุปเคอร์รี่ที่เกิดในซัปโปโรมีผักย่างชิ้นโตกับไก่ เนื้อแกะย่าง Genghis Khan (จิงกิสข่าน) ที่คนฮอกไกโดกินกันเป็นปกติเหมือนคนไทยกินหมูกระทะ นมสดฮอกไกโดที่หวานหอมกว่านมที่ไหน ซอฟต์ครีมที่ทำจากนมสดท้องถิ่น และเมลอนยูบาริที่หวานฉ่ำราคาเริ่มต้น 200 บาทต่อชิ้น ทุกอย่างใช้วัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม

บทความนี้มีลิงก์ Affiliate — เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยหากคุณจองผ่านลิงก์ของเรา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ