แพลนเที่ยวญี่ปุ่น
คาเฟ่เชจู ถนนคาเฟ่สุดฮิต วิวทะเล ส้ม ร้านถ่ายรูปสวย — jeju
แนะนำย่าน

คาเฟ่เชจู ถนนคาเฟ่สุดฮิต วิวทะเล ส้ม ร้านถ่ายรูปสวย

jeju เผยแพร่เมื่อ 4 มิถุนายน 2569
สารบัญ

ใครวางแผนไปเชจูแล้วเลื่อนฟีดเจอรูปคาเฟ่ริมทะเลสวยๆ จนอยากไปนั่งบ้าง บอกเลยว่ามาถูกเกาะแล้ว เพราะเชจูคือเกาะแห่งคาเฟ่ของเกาหลีจริงๆ มีคาเฟ่หลายพันร้านกระจายอยู่รอบเกาะ ตั้งแต่คาเฟ่กระจกใสริมทะเลที่นั่งมองคลื่นได้ทั้งวัน ไปจนถึงคาเฟ่กลางสวนส้มที่เก็บส้มจิบกาแฟได้ บทความนี้รวมถนนคาเฟ่กับย่านเด็ดทั้งเกาะมาให้ครบ แยกเป็นโซนชัดเจน บอกราคากาแฟ วิธีเดินทางตระเวนคาเฟ่ แพลนเที่ยว 1 วัน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายเป็นวอนกับบาท เดี๋ยวเล่าให้ฟังแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนเลย

ถนนคาเฟ่เชจูคือแบบไหน — ภาพรวมก่อนไป

เชจูไม่ได้มีถนนคาเฟ่สายเดียวแบบในเมือง แต่เป็น “แนวคาเฟ่” ที่เรียงรายไปตามชายฝั่งรอบเกาะ พูดง่ายๆ คือทั้งเกาะนี่แหละคือถนนคาเฟ่ขนาดยักษ์ จุดที่คาเฟ่หนาแน่นและฮิตที่สุดมีอยู่ไม่กี่ย่าน แต่ละย่านมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน ฝั่งตะวันตกอย่างแอวอลเด่นเรื่องโขดหินภูเขาไฟดำกับพระอาทิตย์ตก ฝั่งตะวันออกอย่างวอลจองรีกับฮัมด็อกเด่นเรื่องหาดทรายขาวน้ำทะเลสีฟ้าใส ส่วนแถบในเกาะกับซอกวีโพมีคาเฟ่สวนส้มกับคาเฟ่กลางป่า การจะตระเวนหมดทุกย่านในวันเดียวค่อนข้างยากเพราะเกาะใหญ่ ส่วนใหญ่เลยเลือกโฟกัสฝั่งใดฝั่งหนึ่งต่อวัน แล้วแวะคาเฟ่ 3–4 ร้านกำลังดี

ทำไมเชจูถึงเป็นเกาะแห่งคาเฟ่

เชจูเป็นเกาะภูเขาไฟที่มีประชากรราว 670,000 คน แต่มีคาเฟ่จดทะเบียนมากกว่า 4,000 ร้าน ถือเป็นความหนาแน่นของคาเฟ่ต่อหัวที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี เหตุผลคือเชจูเป็นจุดหมายฮันนีมูนและท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของคนเกาหลีมานานหลายสิบปี ทำให้ธุรกิจคาเฟ่วิวสวยเฟื่องฟูตามไปด้วย บวกกับวิวธรรมชาติที่หาไม่ได้บนแผ่นดินใหญ่ ทั้งทะเลสีเทอร์ควอยซ์ โขดหินบะซอลต์สีดำจากลาวา ทุ่งหญ้า และสวนส้มกยุล กลายเป็นฉากหลังชั้นดีให้คาเฟ่แต่ละร้านออกแบบให้ถ่ายรูปลงโซเชียลได้สวย หลายร้านยังโด่งดังจากการเป็นโลเคชันถ่ายซีรีส์เกาหลีและรายการวาไรตี้ ทำให้คนแห่ตามรอยกันไม่ขาดสาย คาเฟ่ที่เชจูจึงไม่ใช่แค่ที่ดื่มกาแฟ แต่เป็นจุดหมายปลายทางของทริปเลยทีเดียว

โซนคาเฟ่เด็ดของเชจู แยกตามย่าน

ก่อนจะลงรายละเอียด อยากให้เห็นภาพรวมว่าแต่ละย่านอยู่ตรงไหนและเหมาะกับใคร จะได้เลือกวางแผนได้ถูก

แอวอล (애월) — คาเฟ่ริมทะเลฝั่งตะวันตก ดูพระอาทิตย์ตก

แอวอลคือย่านคาเฟ่ที่คนพูดถึงมากที่สุดของเชจู อยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากตัวเมืองเชจูราว 20 กิโลเมตร ขับรถ ~30 นาที จุดเด่นคือแนวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโขดหินภูเขาไฟสีดำตัดกับทะเลสีน้ำเงิน คาเฟ่เรียงรายเลียบถนนชายฝั่งแอวอลแฮอันโร (애월해안로) ยาวเป็นกิโล เกือบทุกร้านออกแบบให้นั่งหันหน้าออกทะเล ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวพระอาทิตย์ตกเพราะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ช่วงเย็นคนจะแน่นมาก คาเฟ่ดังในย่านนี้มีทั้งร้านสไตล์โมเดิร์นกระจกใสและร้านที่เคยเป็นโลเคชันซีรีส์ กาแฟอเมริกาโน่ราคาราว 6,000–7,000 วอน (~126–147 บาท) ใครมาสายชิลแนะนำเผื่อเวลานั่งยาวๆ รับลมทะเล

วอลจองรี (월정리) — หาดทรายขาวฝั่งตะวันออก สายมินิมอล

ข้ามมาฝั่งตะวันออกบ้าง วอลจองรีเป็นหมู่บ้านชายทะเลเล็กๆ ที่มีหาดทรายขาวละเอียดกับน้ำทะเลใสจนเห็นพื้นทราย กลายเป็นย่านคาเฟ่สุดฮิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เดิมทีเป็นหมู่บ้านประมงเงียบๆ แต่พอมีคาเฟ่อินดี้มาเปิดริมหาดก็ดังเปรี้ยงในหมู่วัยรุ่นเกาหลี ตอนนี้มีคาเฟ่กับร้านอาหารเรียงรายเลียบถนนริมหาดหลายสิบร้าน สไตล์ส่วนใหญ่เป็นมินิมอลขาวสะอาดตา หลายร้านมีเก้าอี้สีขาวหรือชิงช้าตั้งหันออกทะเลให้ถ่ายรูปสวย วอลจองรีอยู่ฝั่งเดียวกับซองซานอิลชุลบงและถ้ำลาวามันจังกุล เลยจัดเที่ยวต่อกันได้ในวันเดียว ถ้านั่งทัวร์ก็มักรวมจุดนี้อยู่แล้ว

ฮัมด็อก (함덕) — ทะเลสีเทอร์ควอยซ์ใกล้เมือง

ฮัมด็อกอยู่ฝั่งตะวันออกเหมือนกัน แต่ใกล้ตัวเมืองเชจูกว่า ขับรถแค่ ~20 นาที จุดขายคือหาดฮัมด็อกที่น้ำทะเลสีเขียวเทอร์ควอยซ์สดใสแบบทรอปิคอล สวยจนหลายคนบอกว่าเหมือนทะเลโอกินาวา รอบหาดมีคาเฟ่หลายร้าน ทั้งร้านใหญ่หลายชั้นที่ขึ้นไปนั่งชั้นบนมองวิวหาดได้ทั้งอ่าว และร้านเล็กๆ น่ารัก เพราะใกล้เมืองและมีที่จอดรถสะดวก ฮัมด็อกเลยเหมาะกับคนที่ไม่อยากขับรถไกล หรือมาวันแรกที่เพิ่งลงเครื่อง แวะนั่งคาเฟ่รับลมทะเลก่อนเข้าโปรแกรมอื่นได้สบายๆ

คาเฟ่สวนส้มกยุล (감귤) — เก็บส้มจิบกาแฟ

มาเชจูทั้งทีต้องไม่พลาดคาเฟ่สวนส้ม เพราะส้มกยุลคือสัญลักษณ์ของเกาะนี้ หลายสวนแถบซอกวีโพฝั่งใต้กับแอวอลเปิดให้เข้าไปนั่งคาเฟ่กลางดงต้นส้ม บางที่ให้ซื้อบัตรเข้าเก็บส้มเองราว 8,000–15,000 วอน (~168–315 บาท) ได้ส้มใส่ถุงกลับบ้านด้วย ช่วงที่สวยที่สุดคือ พ.ย.–ก.พ. ต้นส้มจะออกผลสีส้มเต็มต้น ถ่ายรูปออกมาสดใสมาก เมนูเด็ดของคาเฟ่สวนส้มคือน้ำส้มกยุลคั้นสด ชาส้ม และเค้กส้ม ราคาน้ำส้มคั้นแก้วละราว 6,000–8,000 วอน (~126–168 บาท) บรรยากาศต่างจากคาเฟ่ริมทะเลตรงที่ได้กลิ่นหอมของสวนส้มกับความเงียบสงบกลางธรรมชาติ

วิธีเดินทางตระเวนคาเฟ่เชจู

คาเฟ่เด็ดส่วนใหญ่อยู่นอกเมืองตามชายฝั่ง การเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของทริปคาเฟ่ มาดูกันว่าแต่ละแบบเป็นยังไง

เช่ารถขับเอง — คล่องตัวที่สุด

ถ้าขับรถได้ การเช่ารถคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทริปคาเฟ่ เพราะคาเฟ่กระจายตัวรอบเกาะ บางร้านอยู่ในซอยเล็กๆ ที่รถบัสไม่ผ่าน มีรถเองก็แวะได้อิสระ อยากนั่งร้านไหนนานแค่ไหนก็ได้ ค่าเช่ารถเก๋งเล็กในเชจูเริ่มราว 40,000–60,000 วอน/วัน (~840–1,260 บาท) ยังไม่รวมน้ำมันกับประกัน ถ้าหารกัน 3–4 คนถือว่าถูกมาก แต่ต้องมีใบขับขี่สากล (IDP) ติดตัวด้วยถึงจะเช่าได้ จองล่วงหน้าผ่าน เช่ารถเที่ยวเชจูบน Klook มักได้ราคาดีกว่าไปเดินเช่าหน้าเคาน์เตอร์ และอย่าลืมเตรียม ซิม/eSIM เกาหลี ไว้เปิด GPS นำทางหาคาเฟ่

จองทัวร์มีรถรับส่ง — ไม่ต้องวางแผนเอง

ใครขับรถไม่ได้หรือไม่อยากปวดหัวเรื่องเส้นทาง การจองทัวร์แบบมีรถรับส่งสบายสุด มีทั้งทัวร์รวมกลุ่มแบบรถบัสที่พาเที่ยวฝั่งตะวันออกผ่านวอลจองรีกับจุดเที่ยวดังในวันเดียว เช่น ทัวร์เชจูฝั่งตะวันออก Eastern Euphoria เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งคาเฟ่และที่เที่ยวธรรมชาติ หรือถ้าอยากกำหนดเองว่าจะแวะคาเฟ่ร้านไหนบ้างให้จอง ทัวร์ส่วนตัวเหมารถทั้งวัน บอกคนขับให้พาไปคาเฟ่ที่อยากไปได้เลย ราคาทัวร์รวมกลุ่มเริ่มราว 60,000 วอน (~1,260 บาท) ส่วนทัวร์ส่วนตัวแพงกว่าแต่หารกันหลายคนก็คุ้ม

นั่งรถบัส — ประหยัดสุดแต่ต้องใจเย็น

งบน้อยและไม่รีบก็นั่งรถบัสได้ เชจูมีรถบัสครอบคลุมทั้งเกาะ ค่าโดยสารราว 1,200–3,000 วอน (~25–63 บาท) ต่อเที่ยว จ่ายด้วยบัตร T-money ที่ซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ย่านฮัมด็อกกับวอลจองรีมีรถบัสไปถึง แต่ข้อเสียคือรถมาทุก 20–40 นาที และคาเฟ่บางร้านต้องเดินต่อจากป้ายอีกพอควร เหมาะกับคนที่โฟกัสนั่งคาเฟ่แค่ 1–2 ร้านต่อวันแบบชิลๆ ไม่เหมาะกับการตระเวนหลายร้าน

เทียบวิธีเดินทางตระเวนคาเฟ่

วิธีราคาต่อวันความคล่องตัวเหมาะกับ
เช่ารถขับเอง40,000–60,000 วอน (~840–1,260 บาท)สูงสุด แวะได้ทุกร้านมีใบขับขี่สากล มากันหลายคน
ทัวร์รวมกลุ่ม~60,000 วอน (~1,260 บาท)ปานกลาง ตามโปรแกรมคนเดียว/คู่ ไม่ขับรถ
ทัวร์ส่วนตัวเหมารถ150,000+ วอน (~3,150+ บาท)สูง กำหนดเองได้กลุ่มใหญ่ อยากอิสระ
รถบัส2,400–6,000 วอน (~50–126 บาท)ต่ำ ต้องรอนานงบประหยัด นั่ง 1–2 ร้าน

แพลนตระเวนคาเฟ่เชจู 1 วัน (ฝั่งตะวันออก)

ลองวางแพลนสายคาเฟ่ฝั่งตะวันออกแบบเที่ยวสบายๆ ให้ดูเป็นตัวอย่าง ปรับได้ตามใจ

  • 10:00 — ออกจากตัวเมืองเชจู ขับรถ/นั่งทัวร์มุ่งหน้าฝั่งตะวันออก
  • 10:30 — คาเฟ่แรกที่หาดฮัมด็อก จิบกาแฟเช้ารับวิวทะเลเทอร์ควอยซ์ คนยังน้อย ถ่ายรูปสบาย
  • 12:00 — แวะกินมื้อเที่ยงแถวกิมนยอง (김녕) หรือร้านริมทาง
  • 13:30 — ไปวอลจองรี เดินเล่นริมหาดทรายขาว เลือกคาเฟ่ริมทะเลสักร้าน นั่งชิลถ่ายรูปมุมเก้าอี้ขาว
  • 15:30 — แวะถ้ำลาวามันจังกุลหรือเขาวงกตใกล้ๆ พักสายตาจากคาเฟ่
  • 17:00 — ปิดท้ายด้วยคาเฟ่วิวพระอาทิตย์ หรือกลับเข้าเมืองถ้าเหนื่อย
  • 18:30 — กลับถึงตัวเมืองเชจู

ถ้าอยากเน้นฝั่งตะวันตกให้สลับเป็นย่านแอวอล แล้วจบที่คาเฟ่ดูพระอาทิตย์ตกช่วง 6–7 โมงเย็นแทน

สรุปค่าใช้จ่ายทริปคาเฟ่เชจู 1 วัน

ลองประเมินค่าใช้จ่ายต่อคนแบบเที่ยวกัน 4 คนหารค่ารถ จะได้เห็นภาพว่าทริปคาเฟ่ใช้งบเท่าไหร่

รายการราคา (วอน)ราคา (บาท)
ค่าเช่ารถ (หาร 4 คน)~12,500~263
ค่าน้ำมัน + ทางด่วน (หาร 4)~5,000~105
กาแฟ + ขนม 3 ร้าน~25,000~525
มื้อเที่ยง~12,000~252
ค่าเข้าสวนส้ม/จุดเที่ยว~10,000~210
รวมต่อคน~64,500~1,355

ราคานี้เป็นแบบเที่ยวสายกลาง ถ้าประหยัดกว่านี้ก็ลดจำนวนร้านหรือนั่งรถบัสแทน ถ้าอยากสบายขึ้นก็เพิ่มทัวร์ส่วนตัว ราคากาแฟกับขนมเป็นค่าใช้จ่ายหลักของทริปคาเฟ่ เลยควรเลือกร้านที่อยากนั่งจริงๆ ไม่ต้องเก็บให้ครบทุกร้านที่เห็นในเน็ต

Tips เที่ยวคาเฟ่เชจูให้ฟิน

ก่อนไปจริงเก็บทริคพวกนี้ไว้ จะได้เที่ยวคุ้มและถ่ายรูปสวย

  • ไปช่วงเปิดร้าน 10–11 โมง คาเฟ่ดังคนจะน้อยช่วงเช้า ได้มุมโล่งกับแสงสวย ส่วนบ่าย 2–4 โมงคนแน่นสุด
  • เช็กวันหยุดร้าน คาเฟ่อินดี้เชจูหลายร้านปิดวันธรรมดาแบบสุ่ม เช็ก Instagram หรือ Naver Map ของร้านก่อนไปทุกครั้ง
  • พกเงินสดวอนติดไว้ ร้านใหญ่รับบัตรหมด แต่คาเฟ่เล็กกับสวนส้มบางที่รับเงินสดอย่างเดียว
  • ฤดูส้ม พ.ย.–ก.พ. อยากได้รูปต้นส้มสีส้มเต็มต้นต้องมาช่วงนี้ ส่วนทะเลสวยสุดหน้าร้อน
  • เผื่อเวลาขับรถ เกาะใหญ่กว่าที่คิด ขับข้ามฝั่งตะวันออก-ตะวันตกใช้เวลาเป็นชั่วโมง อย่าจัดร้านเยอะเกินในวันเดียว
  • มี eSIM ติดตัว คาเฟ่หลายร้านอยู่ในซอยเล็ก ต้องพึ่ง GPS นำทาง เน็ตหลุดไม่ได้

ตระเวนคาเฟ่เชจูสนุกตรงที่ไม่มีถูกผิด จะนั่งร้านเดียวยาวๆ ทั้งบ่าย หรือไล่เก็บหลายร้านก็ได้ ขอแค่เลือกย่านให้ตรงสไตล์ แล้วเผื่อเวลาให้ตัวเองได้นั่งชิลรับวิวทะเลกับลมเย็นๆ เท่านี้ก็ได้ทริปคาเฟ่ในฝันแล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปีนภูเขาฮัลลาซาน เชจู เส้นทางเดิน เตรียมตัว ระดับความยากแนะนำย่าน

ปีนภูเขาฮัลลาซาน เชจู เส้นทางเดิน เตรียมตัว ระดับความยาก

คู่มือปีนฮัลลาซาน เชจู 2026 ครบทุกเส้นทาง ซองพานัก กวานึมซา ยองชิล ระดับความยาก เวลาเดิน การจองคิวขึ้นยอด วิธีเดินทาง ค่าใช้จ่ายวอน/บาท และทริคเตรียมตัว

ยอดเขาซองซานอิลชุลบง เชจู ดูพระอาทิตย์ขึ้น วิธีไป ค่าเข้าแนะนำย่าน

ยอดเขาซองซานอิลชุลบง เชจู ดูพระอาทิตย์ขึ้น วิธีไป ค่าเข้า

คู่มือเที่ยวซองซานอิลชุลบง เชจู 2026 ดูพระอาทิตย์ขึ้นบนปากปล่องภูเขาไฟมรดกโลก ค่าเข้า เวลาเปิด-ปิด วิธีเดินทางจากเมืองเชจู โชว์แฮนยอ ค่าใช้จ่ายวอน/บาท และทริคเที่ยวให้คุ้ม

เที่ยวเชจู 4 วัน 3 คืน 2026 — ภูเขาไฟ ทะเลสีเทอร์ควอยซ์แพลนเที่ยว

เที่ยวเชจู 4 วัน 3 คืน 2026 — ภูเขาไฟ ทะเลสีเทอร์ควอยซ์

แพลนเที่ยวเชจู 4 วัน 3 คืน แบบ day-by-day งบ 25,000 บาท — ฮัลลาซาน ซองซานอิลชุลบง อูโด ถ้ำมันจังกุล คาเฟ่ ซีฟู้ด อัปเดตราคาจริง 2026

เที่ยวอาซากุสะ วัดเซ็นโซจิ นากามิเซ 2026แนะนำย่าน

เที่ยวอาซากุสะ วัดเซ็นโซจิ นากามิเซ 2026

คู่มือเที่ยวอาซากุสะ 2026 วัดเซ็นโซจิ ถนนนากามิเซ วิธีเดินทาง แพลนเที่ยวครึ่งวัน-เต็มวัน พร้อมสรุปค่าใช้จ่าย จอง Tokyo Skytree และทัวร์ล่วงหน้า

บานาฮิลล์ สะพานมือทอง กระเช้า สวนสนุก ค่าตั๋ว+รีวิวแนะนำย่าน

บานาฮิลล์ สะพานมือทอง กระเช้า สวนสนุก ค่าตั๋ว+รีวิว

เที่ยวบานาฮิลล์ ดานัง 2026: สะพานมือทอง (Cầu Vàng) กระเช้าสถิติโลก หมู่บ้านฝรั่งเศส สวนสนุก Fantasy Park ค่าตั๋ว วิธีไป แพลนเที่ยว 1 วัน

เที่ยวเบปปุ เมืองออนเซ็น จิโกกุเมกุริ คิวชู 2026แนะนำย่าน

เที่ยวเบปปุ เมืองออนเซ็น จิโกกุเมกุริ คิวชู 2026

คู่มือเที่ยวเบปปุ 2026 จิโกกุเมกุริ 7 บ่อนรก อาบทรายร้อน อาบโคลน ย่านคันนาวะ Beppu Tower วิธีเดินทาง ค่าใช้จ่าย Tattoo-friendly

หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน ปูซาน 2026แนะนำย่าน

หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน ปูซาน 2026

เที่ยวหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน ปูซาน 2026 — มาชูปิกชูเกาหลี วิธีเดินทาง พิกัดถ่ายรูปเด็ด แพลนครึ่งวัน ค่าใช้จ่าย และทริปรวมทัวร์ครบจบในที่เดียว

ดาลัด เมืองดอกไม้ น้ำตก คาเฟ่สายหมอก ที่เที่ยวครบแนะนำย่าน

ดาลัด เมืองดอกไม้ น้ำตก คาเฟ่สายหมอก ที่เที่ยวครบ

เที่ยวดาลัด (Da Lat) เวียดนาม 2026: เมืองดอกไม้เมืองหนาว น้ำตก Datanla คาเฟ่สายหมอก Crazy House วิธีเดินทางจากไทย แพลนเที่ยว สรุปค่าใช้จ่ายบาท+ดง ครบจบ

คำถามที่พบบ่อย

คาเฟ่เชจูย่านไหนสวยสุด ถ่ายรูปได้ฟีลทะเล?
ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ชอบ ถ้าชอบวิวพระอาทิตย์ตกกับโขดหินภูเขาไฟต้องไปย่านแอวอล (애월) ฝั่งตะวันตก คาเฟ่เรียงรายเลียบทะเลยาวเป็นกิโล ถ้าชอบหาดทรายขาวน้ำใสฟีลมินิมอลให้ไปวอลจองรี (월정리) ฝั่งตะวันออก ส่วนใครอยากได้ทะเลสีเทอร์ควอยซ์สดใสแบบทรอปิคอลให้ไปฮัมด็อก (함덕) กาแฟอเมริกาโน่ส่วนใหญ่แก้วละ 5,000–7,000 วอน (~105–147 บาท) เค้กชิ้นละ 7,000–9,000 วอน (~147–189 บาท) เลือกร้านที่หันหน้าออกทะเลแล้วไปช่วงสายๆ คนน้อยจะถ่ายรูปสวยกว่า ตระเวนหลายร้านในวันเดียวแนะนำ เช่ารถเที่ยวเชจู จะคล่องตัวสุด
คาเฟ่สวนส้มเชจูคืออะไร ไปเก็บส้มได้จริงไหม?
ได้จริง เชจูคือเกาะที่ปลูกส้มกยุล (감귤) มากที่สุดในเกาหลี ผลิตได้ปีละกว่า 5 แสนตัน คิดเป็นเกือบทั้งหมดของส้มที่ขายในประเทศ หลายสวนเลยเปิดเป็นคาเฟ่ให้นั่งจิบกาแฟท่ามกลางต้นส้ม บางที่ให้ค่าเข้าเก็บส้มเองราว 8,000–15,000 วอน (~168–315 บาท) ได้ถุงกลับบ้านด้วย ฤดูส้มจริงๆ คือ พ.ย.–ก.พ. ต้นส้มจะออกผลสีส้มเต็มต้นสวยมากเหมาะถ่ายรูป ส่วนช่วงอื่นก็ยังนั่งคาเฟ่จิบน้ำส้มคั้นสดกับชาส้มกยุลได้ ส่วนใหญ่อยู่แถบซอกวีโพฝั่งใต้กับแอวอล เมนูน้ำส้มคั้นแก้วละราว 6,000–8,000 วอน (~126–168 บาท) ขับรถไปสะดวกสุดเพราะสวนอยู่นอกเมือง
ไม่ขับรถจะตระเวนคาเฟ่เชจูยังไงดี?
ไม่ขับรถก็เที่ยวคาเฟ่ได้ แต่ต้องวางแผนหน่อย คาเฟ่ดังหลายร้านอยู่นอกเมืองตามชายฝั่ง รถบัสไปถึงแต่ต้องรอนาน 20–40 นาทีต่อคัน ทางที่สบายสุดคือจองทัวร์แบบมีรถรับส่ง เช่น ทัวร์เชจูฝั่งตะวันออกที่แวะวอลจองรี จะได้แวะคาเฟ่ริมทะเลกับจุดเที่ยวอื่นในวันเดียว หรือถ้าอยากกำหนดเองว่าจะแวะร้านไหนบ้างจอง ทัวร์ส่วนตัวเหมารถทั้งวัน บอกคนขับให้พาไปคาเฟ่ที่อยากไปได้เลย อีกทางคือนั่งแท็กซี่หรือเรียกรถผ่านแอป Kakao T ระหว่างร้านที่อยู่ใกล้กัน อย่าลืมพก ซิม/eSIM เกาหลี ไว้เปิดแผนที่หาร้าน
ไปคาเฟ่เชจูช่วงไหนดี เลี่ยงคนเยอะยังไง?
ช่วงที่ฟินสุดคือ พ.ย.–ก.พ. เพราะเป็นฤดูส้มกยุลออกผล ต้นส้มสีส้มเต็มสวนสวยมาก อากาศหนาวกำลังดีจิบกาแฟร้อนริมทะเล แต่ถ้าอยากเล่นน้ำทะเลด้วยให้มาหน้าร้อน มิ.ย.–ส.ค. ทะเลวอลจองรีกับฮัมด็อกสีสวยสุด ส่วนเรื่องคนเยอะ คาเฟ่ดังๆ เชจูคนแน่นช่วงบ่าย 2–4 โมงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ทริคคือไปช่วงเปิดร้าน 10–11 โมงเช้าจะได้มุมโล่งถ่ายรูปสบาย แสงเช้าก็สวยด้วย เลี่ยงวันเสาร์-อาทิตย์กับวันหยุดยาวเกาหลีถ้าทำได้ ร้านริมทะเลฝั่งตะวันตกอย่างแอวอลคนจะเยอะช่วงเย็นเพราะมาดูพระอาทิตย์ตก ถ้าไม่อยากเบียดให้ไปนั่งจองโต๊ะก่อน 5 โมงเย็น

บทความนี้มีลิงก์ Affiliate — เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยหากคุณจองผ่านลิงก์ของเรา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ