แพลนเที่ยวญี่ปุ่น
แพลนเที่ยวญี่ปุ่น 14 วัน Grand Tour ครบทุกไฮไลท์ (2026)
แพลนเที่ยว

แพลนเที่ยวญี่ปุ่น 14 วัน Grand Tour ครบทุกไฮไลท์ (2026)

tokyo 14 วัน 13 คืน ไปได้ทุกฤดู กลางๆ

สรุปสั้นๆ

ราคา:รวมทั้งทริป ~74,800 บาท/คน (รวมตั๋วบิน + JR Pass 14 วัน)
ซื้อที่ไหนถูกสุด:JR Pass 14 วัน คุ้มสุดสำหรับทริปนี้ — ประหยัดค่ารถไฟ 6,000+ บาท
ประหยัด:ใช้ hostel + กินราเมน/คอนบินิ ลดเหลือ ~55,000 บาท

อัปเดตล่าสุด: 27 มีนาคม 2569

อัตราแลกเปลี่ยน

1 เยน ≈ 0.21 บาท (มีนาคม 2026)

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป

งบประมาณ (ต่อคน) 75,000 THB
สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป 74,800 THB
สารบัญ

ภาพรวมทริปนี้

ทริปนี้คือ Grand Tour ญี่ปุ่น 14 วัน 13 คืน ครบทุกไฮไลท์ตั้งแต่โตเกียวจนถึงฟุกุโอกะ ออกแบบสำหรับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นจริงๆ ในทริปเดียว ไม่ใช่แค่โตเกียว-โอซาก้า เราจัดเส้นทางไล่ลงใต้ตามเส้น Shinkansen ไม่ต้องวนกลับ ทำให้ประหยัดเวลาและค่ารถไฟได้มาก

เส้นทาง: Tokyo (3 วัน) → Hakone (1 วัน) → Kyoto (3 วัน) → Osaka (2 วัน) → Hiroshima + Miyajima (1 วัน) → Fukuoka (2 วัน) → Nara day trip (1 วัน) → Osaka (1 วัน — บินกลับ)

ทริปนี้เหมาะกับคนที่มีเวลา 2 สัปดาห์เต็ม อยากเห็นทั้งเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเมืองที่มีเสน่ห์อย่างเกียวโต ฮิโรชิม่า ฟุกุโอกะ รวมถึง day trip นาราและฮาโกเน่ งบกลางๆ ประมาณ 75,000 บาทต่อคน รวมทุกอย่างแล้ว

อัตราแลกเปลี่ยน ณ มีนาคม 2026: 1 เยน ≈ 0.21 บาท (1,000 เยน ≈ 210 บาท)

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไป

  • พาสปอร์ต — เหลืออายุ 6 เดือนขึ้นไป คนไทยเข้าญี่ปุ่นได้ 15 วันไม่ต้องขอวีซ่า
  • Visit Japan Web — ลงทะเบียนล่วงหน้า 2 สัปดาห์ กรอกข้อมูลเข้าเมือง + ศุลกากร + SOS ป้องกันโรคติดเชื้อ
  • JR Pass 14 วันจอง JR Pass ผ่าน Klook ล่วงหน้า ถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่น ได้ QR code เข้าประตูอัตโนมัติ
  • eSIMสั่ง eSIM ญี่ปุ่นล่วงหน้า ถึงญี่ปุ่นเปิดใช้ได้เลย ไม่ต้องหา WiFi
  • ประกันเดินทาง — ค่ารักษาพยาบาลญี่ปุ่นแพงมาก MRI ครั้งเดียว 100,000+ บาท ทำทุกครั้ง
  • แอปที่ต้องมี — Google Maps, Suica บน Apple/Google Wallet, Tabelog, Navitime
  • เงินสด — เตรียม 50,000-80,000 เยน ร้านเล็กๆ ยังไม่รับบัตร ATM ที่แนะนำคือ 7-Bank (Seven Eleven)
  • รองเท้าเดินสบาย — เดินวันละ 15,000-25,000 ก้าว 14 วัน ใช้รองเท้าดีๆ สำคัญมาก

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป (ต่อคน)

หมวดงบ (บาท)หมายเหตุ
ตั๋วเครื่องบิน14,000LCC เข้า NRT ออก FUK (Open Jaw)
JR Pass 14 วัน16,50080,000 เยน — จอง Klook
ที่พัก 13 คืน23,400เฉลี่ย 1,800/คืน (business hotel)
อาหาร 14 วัน16,800เฉลี่ย 1,200/วัน
กิจกรรม/ค่าเข้าชม5,200Shibuya Sky, teamLab, วัด, ปราสาท
eSIM + ประกัน1,400eSIM 500 + ประกัน 900
ค่าเดินทาง local1,500Metro/bus ที่ JR Pass ไม่ครอบคลุม
รวม78,800ไม่รวมช้อปปิ้ง

ทำไมต้อง JR Pass 14 วัน?

สำหรับทริป Grand Tour ที่เดินทาง Tokyo → Hakone → Kyoto → Osaka → Hiroshima → Fukuoka → กลับ Osaka การซื้อ JR Pass 14 วัน คุ้มที่สุด ลองคำนวณดู:

เส้นทาง Shinkansenราคาตั๋วปกติ (เยน)ราคา (บาท)
Tokyo → Odawara (Hakone)3,500735
Odawara → Kyoto11,0002,310
Kyoto → Osaka1,500315
Osaka → Hiroshima10,0002,100
Hiroshima → Fukuoka8,6001,806
Fukuoka → Osaka15,0003,150
Osaka → Nara (JR)800168
Nara → Osaka800168
รวมตั๋วแยก51,20010,752
JR Pass 14 วัน80,00016,500

แค่ Shinkansen อย่างเดียวก็ 10,752 บาทแล้ว แต่ JR Pass ยังใช้รถ local JR ในทุกเมืองได้อีก — JR Yamanote Line ในโตเกียว, JR ในเกียวโต, JR Osaka Loop Line — ถ้ารวมค่ารถ local JR ทั้ง 14 วันอีกวันละ 400-600 เยน JR Pass จะคุ้มกว่าชัดเจน

ตามสถิติจาก Japan Rail Pass Official ปี 2026 JR Pass 14 วัน Ordinary Class ราคา 80,000 เยน (ประมาณ 16,500 บาท) ครอบคลุม Shinkansen ทุกสายยกเว้น Nozomi และ Mizuho ซึ่งเป็นรถเร็วที่สุด ทางเลือกคือนั่ง Hikari (เร็วรองลงมา) ซึ่งช้ากว่า Nozomi แค่ 20-30 นาทีต่อเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามมากกว่า 3 เมืองใหญ่ JR Pass 14 วันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับการซื้อตั๋วแยกแต่ละเส้นทาง ตั้งแต่ปี 2024 JR Pass รองรับ QR code entry ที่ประตูอัตโนมัติและจองที่นั่ง Shinkansen ผ่านแอปได้

ข้อจำกัด: JR Pass นั่ง Nozomi/Mizuho ไม่ได้ ต้องใช้ Hikari หรือ Sakura แทน ช้ากว่า 20-30 นาทีต่อเที่ยว

Day 1: ถึงโตเกียว — อาซากุสะ + สกายทรี

เช้า: ถึงนาริตะ + เข้าเมือง

ถึงสนามบินนาริตะเช้า ผ่าน Immigration (ใช้ Visit Japan Web QR code) แลก JR Pass ที่เคาน์เตอร์ JR East ในสนามบิน ใช้เวลา 15-30 นาที แล้วนั่ง Keisei Skyliner เข้าเมือง (426 THB, 36 นาที ถึง Ueno)

เช็คอินที่พักย่านอาซากุสะ ฝากกระเป๋า แล้วออกเดินเที่ยวเลย

บ่าย: วัดเซ็นโซจิ + ถนนนากามิเสะ

วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว สร้างปี 645 ถ่ายรูปโคมไฟแดงยักษ์ที่ Kaminarimon Gate เดินผ่านถนนนากามิเสะซื้อขนมเซ็นเบ้สดๆ ชิ้นละ 100-300 เยน (21-63 บาท) เข้าวัดฟรี

เย็น: โตเกียวสกายทรี

เดินไป Tokyo Skytree (369 THB) สูง 634 เมตร จุดชมวิวสูงที่สุดในโตเกียว ขึ้นไปตอน sunset ได้วิวเมืองทั้งกลางวันและกลางคืนในรอบเดียว

ค่าใช้จ่ายวันนี้: Skyliner 426 + Skytree 369 + อาหาร 1,200 = ~2,000 บาท

Day 2: ชิบูย่า + ฮาราจูกุ + ชินจูกุ

เช้า: Shibuya Crossing + Shibuya Sky

เริ่มจาก Shibuya Crossing แยกที่คนข้ามมากที่สุดในโลก (2,500 คนต่อรอบสัญญาณไฟ) แล้วขึ้น Shibuya Sky (553 THB) จุดชมวิว 360 องศาบนดาดฟ้าชั้น 47 — ชมวิวโตเกียวแบบ panoramic เห็นทั้ง Tokyo Tower และ Mt. Fuji ในวันฟ้าใส

บ่าย: ฮาราจูกุ + เมจิจิงกู

เดินจากชิบูย่าไปฮาราจูกุ (15 นาที) ผ่านถนน Takeshita สตรีทแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่น แวะ Meiji Jingu ศาลเจ้าขนาดใหญ่กลางป่าในเมือง เดิน Omotesando ถนนช้อปปิ้งสุดหรู

เย็น: ชินจูกุ Golden Gai + Omoide Yokocho

นั่งรถไฟไปชินจูกุ เดินเล่น Kabukicho กินราเมนที่ Omoide Yokocho (ราเมนชามละ 800-1,200 เยน / 168-252 บาท) แล้วไปนั่งบาร์เล็กๆ ที่ Golden Gai ย่านบาร์ 200+ ร้านในซอยแคบ

ค่าใช้จ่ายวันนี้: Shibuya Sky 553 + อาหาร 1,200 + ค่ารถ local 200 = ~1,950 บาท

Day 3: อากิฮาบาระ + teamLab + โอไดบะ

เช้า: อากิฮาบาระ

สวรรค์ของคนชอบอนิเมะ เกม และอิเล็กทรอนิกส์ เดินดู Gachapon Tower, ร้านมังงะมือสอง Mandarake, Yodobashi Camera 8 ชั้น หาของฝากได้ราคาดี

บ่าย: teamLab Borderless หรือ teamLab Planets

เลือกอันใดอันหนึ่ง (หรือไปทั้งสอง ถ้ามีเวลา):

  • teamLab Borderless TOKYO (990 THB) — digital art museum ย้ายที่ใหม่ Azabudai Hills ใหญ่ขึ้น 2 เท่า
  • teamLab Planets TOKYO (902 THB) — เดินลุยน้ำ immersive experience แบบ barefoot

เย็น: โอไดบะ

นั่งรถไฟ Yurikamome ข้ามสะพาน Rainbow Bridge ไปโอไดบะ ดู Gundam ขนาดจริง แวะ DiverCity Tokyo Plaza ช้อปปิ้ง

ค่าใช้จ่ายวันนี้: teamLab 990 + อาหาร 1,200 + ค่ารถ 400 = ~2,590 บาท

Day 4: ฮาโกเน่ — ออนเซ็น + ชมฟูจิ

เช้า: โตเกียว → ฮาโกเน่

ใช้ JR Pass นั่ง Shinkansen จาก Tokyo ไป Odawara (35 นาที) แล้วต่อรถบัสหรือ Hakone Free Pass เข้าพื้นที่ฮาโกเน่

ฮาโกเน่เป็นเมืองออนเซ็นที่ใกล้โตเกียวที่สุด มีทั้งน้ำพุร้อน ภูเขาไฟ ทะเลสาบ และวิวภูเขาฟูจิ ตามข้อมูลจาก Hakone Tourism Association ในปี 2025 ฮาโกเน่ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคนต่อปี ทำให้เป็นจุดหมาย day trip อันดับ 1 จากโตเกียว พื้นที่ครอบคลุม 7 โซนหลัก ได้แก่ Hakone-Yumoto (ออนเซ็น) Gora (สวนศิลปะ) Owakudani (หุบเขาภูเขาไฟ) Lake Ashi (ล่องเรือชมฟูจิ) และ Old Tokaido Road (ถนนโบราณ) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับ 1 วันในฮาโกเน่ประมาณ 3,000-5,000 เยน (630-1,050 บาท) ไม่รวมค่าที่พัก

บ่าย: Owakudani + ล่องเรือ Lake Ashi

  • Owakudani — หุบเขาภูเขาไฟ เห็นควันกำมะถัน ซื้อไข่ดำ (5 ฟอง 500 เยน) ตำนานว่ากินแล้วอายุยืนขึ้น 7 ปี
  • ล่องเรือ Lake Ashi — เรือโจรสลัดข้ามทะเลสาบ ถ้าวันฟ้าใสเห็น Mt. Fuji สวยมาก

เย็น: แช่ออนเซ็น

แช่น้ำร้อน Hakone-Yumoto เลือกได้ทั้ง day-use onsen (ตั้งแต่ 1,000 เยน) หรือพักเรียวกัง 1 คืน (สำหรับคนอยากได้ประสบการณ์พิเศษ งบเพิ่ม 5,000-15,000 บาท)

Tip: ถ้าไม่พักเรียวกัง ให้กลับ Odawara นั่ง Shinkansen ไปเกียวโตเลยในคืนนี้ ประหยัด 1 คืนที่พัก

ค่าใช้จ่ายวันนี้: Hakone Free Pass 1,200 + อาหาร 1,200 + onsen 300 = ~2,700 บาท (ค่า Shinkansen ใช้ JR Pass)

Day 5: ถึงเกียวโต — วัดคินคาคุจิ + อาราชิยาม่า

เช้า: เดินทางถึงเกียวโต + วัดคินคาคุจิ

ถ้าพักฮาโกเน่ วันนี้นั่ง Shinkansen จาก Odawara ไป Kyoto (2 ชั่วโมง ใช้ JR Pass) ถ้ามาจากโตเกียวตรง ก็ 2 ชั่วโมง 15 นาทีจาก Tokyo Station

เช็คอินที่พัก แล้วไป วัดคินคาคุจิ (Golden Pavilion) ค่าเข้า 500 เยน (105 บาท) วัดทองคำที่เป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต สร้างปี 1397 ถ่ายรูปสะท้อนน้ำสวยมาก

บ่าย: อาราชิยาม่า Bamboo Grove

นั่งรถบัสหรือ JR Sagano Line ไปอาราชิยาม่า (30 นาที) เดินป่าไผ่ที่ Arashiyama Bamboo Grove ฟรี ต่อด้วย Togetsukyo Bridge สะพานข้ามแม่น้ำ Katsura วิวภูเขาสวยงามมาก แวะวัด Tenryuji (UNESCO World Heritage) ค่าเข้า 500 เยน

เย็น: ย่านกิออน

กลับมาเดินเล่นย่าน Gion ย่านเกอิชาดั้งเดิมของเกียวโต ถนน Hanamikoji เรียงรายด้วยร้านอาหารและโอชาย่า (บ้านเกอิชา) กินอาหารเกียวโตแท้ๆ — kaiseki set เริ่มต้น 3,000 เยน (630 บาท) หรือถ้าอยากประหยัดกว่า หาร้าน udon/soba ที่ Nishiki Market ชามละ 600-900 เยน

ค่าใช้จ่ายวันนี้: ค่าเข้าวัด 210 + อาหาร 1,200 + ค่ารถ local 300 = ~1,710 บาท

Day 6: เกียวโต — ฟุชิมิอินาริ + กิโมโน + คิโยมิซุเดระ

เช้า: Fushimi Inari Taisha

ไปให้เช้า 6:00-7:00 คนยังน้อย ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ มีเสาโทริอิสีแดงหมื่นกว่าต้นเรียงรายขึ้นเขา เดินรอบเต็มใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง หรือเดินแค่ครึ่งทาง 1 ชั่วโมงก็พอ เข้าฟรี

บ่าย: ใส่กิโมโนเดินเที่ยว

เช่า กิโมโน 1 วันในเกียวโต ใส่เดินเที่ยวย่าน Higashiyama สวยมาก ผ่านถนน Ninenzaka-Sannenzaka ถ่ายรูปได้ทุกมุม

เย็น: Kiyomizu-dera

วัดคิโยมิซุเดระ (ค่าเข้า 400 เยน / 84 บาท) วัดบนเขาที่มีระเบียงไม้ยื่นออกมาจากหน้าผา วิว sunset เหนือเมืองเกียวโตสวยจนลืมหายใจ เป็นหนึ่งใน UNESCO World Heritage Sites ที่มีคนมาเยือนมากที่สุดในเกียวโต

ค่าใช้จ่ายวันนี้: กิโมโน ~1,000 + ค่าเข้าวัด 84 + อาหาร 1,200 + ค่ารถ 200 = ~2,484 บาท

Day 7: เกียวโต — วัน Relax + Nishiki Market

เช้า: Nishiki Market

วันที่ 7 ของทริปยาว ออกแบบให้ชิลล์หน่อย เริ่มเช้าสายๆ ไปเดินตลาด Nishiki Market ตลาดสดอายุ 400+ ปี ยาว 390 เมตร ชิมของ street food เกียวโต — ลูกชิ้นปลาหมึกย่าง (200 เยน) matcha soft cream (300 เยน) dashimaki tamago ไข่หวาน (300 เยน)

บ่าย: ปั่นจักรยานรอบเกียวโต

เช่าจักรยาน (ร้านใกล้สถานี Kyoto วันละ 1,000-1,500 เยน) ปั่นไปดู วัดกินคาคุจิเงิน (Ginkakuji) ต่อด้วย Philosopher’s Path ทางเดินริมคลองยาว 2 กม. ร่มรื่นด้วยต้นซากุระ (สวยมากช่วง late March - early April)

เย็น: ย่าน Pontocho

กินข้าวเย็นที่ Pontocho ถนนแคบๆ ริมแม่น้ำ Kamo เต็มไปด้วยร้านอาหาร ถ้าไปช่วงพฤษภาคม-กันยายน ร้านจะยก kawadoko (เก้าอี้ลอยเหนือแม่น้ำ) ออกมา บรรยากาศสุดยอด

ค่าใช้จ่ายวันนี้: จักรยาน 250 + อาหาร 1,200 + ค่าเข้า Ginkakuji 105 = ~1,555 บาท

Day 8: เกียวโต → โอซาก้า — Dotonbori + Street Food

เช้า: เดินทางไปโอซาก้า

นั่ง JR Special Rapid จาก Kyoto ไป Osaka (30 นาที ใช้ JR Pass) เช็คอินที่พักย่าน Namba หรือ Shinsaibashi ทิ้งกระเป๋า

บ่าย: ปราสาทโอซาก้า

Osaka Castle ค่าเข้า 600 เยน (126 บาท) ปราสาทที่สร้างโดย Toyotomi Hideyoshi ปี 1583 ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวเมืองโอซาก้า สวนรอบปราสาทกว้าง เดินเล่นได้สบาย

เย็น: Dotonbori Street Food

เย็นนี้คือไฮไลท์ Dotonbori ถนน street food ที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น ตามสถิติจาก Osaka Convention & Tourism Bureau ย่าน Dotonbori ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี ทำให้เป็นจุดหมายที่มีผู้เยือนหนาแน่นที่สุดในโอซาก้า อาหารที่ต้องลองได้แก่ takoyaki ทาโกะยากิของ Kukuru (8 ลูก 700 เยน) okonomiyaki ที่ Mizuno (1,200 เยน) kushikatsu ทอดกรอบที่ Daruma (ไม้ละ 150-300 เยน) และ gyoza ที่ Osaka Ohsho (เซ็ต 500 เยน) รวมแล้วกินจน walk อิ่มแป้ก ไม่เกิน 2,000 เยน (420 บาท) ป้ายนีออน Glico Running Man เป็น landmark ถ่ายรูปประจำ

ค่าใช้จ่ายวันนี้: ปราสาท 126 + อาหาร 1,500 + ค่ารถ local 200 = ~1,826 บาท

Day 9: โอซาก้า — Shinsekai + Kuromon Market

เช้า: Kuromon Market

ตลาด Kuromon ตลาดสดของโอซาก้า ยาว 580 เมตร ชิมซาชิมิสด หอยเม่นซีอุนิ (uni เริ่มต้น 500-1,000 เยน ต่อถ้วย) ปูย่าง ผลไม้ตามฤดูกาล

บ่าย: Shinsekai + Abeno Harukas

เดินเล่น Shinsekai ย่านเก่าแก่ของโอซาก้า บรรยากาศย้อนยุคเต็มไปด้วยป้ายไฟ กิน kushikatsu ต้นตำรับ แล้วขึ้น Abeno Harukas 300 ตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (300 เมตร) จุดชมวิว 360 องศา ค่าเข้า 1,800 เยน (378 บาท)

ทางเลือก: ถ้าอยากไป Universal Studios Japan (USJ) ให้เปลี่ยน Day 9 เป็นวัน USJ — ซื้อตั๋ว USJ ผ่าน Klook ล่วงหน้า ใช้เวลาเต็มวัน ตั๋ว 1 Day Pass ประมาณ 8,600 เยน (1,806 บาท)

เย็น: Amerikamura + Shinsaibashi

ช้อปปิ้งที่ Shinsaibashi ถนนช้อปยาว 600 เมตร มีทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและ international แวะ Amerikamura ย่านวินเทจสไตล์ Harajuku ของโอซาก้า

ค่าใช้จ่ายวันนี้: Harukas 378 + อาหาร 1,400 + ค่ารถ local 200 = ~1,978 บาท

Day 10: โอซาก้า → ฮิโรชิม่า + มิยาจิม่า

เช้า: Shinkansen ไปฮิโรชิม่า

นั่ง Shinkansen Sakura จาก Shin-Osaka ไป Hiroshima (1 ชั่วโมง 30 นาที ใช้ JR Pass) ฝากกระเป๋าที่ล็อกเกอร์ในสถานี

บ่าย: Peace Memorial Park + Atomic Bomb Dome

สวนสันติภาพฮิโรชิม่า และ Atomic Bomb Dome (UNESCO World Heritage) พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ ค่าเข้า 200 เยน (42 บาท) เป็นสถานที่ที่ต้องมาเห็นอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

ฮิโรชิม่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ระดับโลก Peace Memorial Museum ที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2019 ต้อนรับผู้เข้าชมกว่า 2 ล้านคนต่อปี จัดแสดงเรื่องราวของระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945 พร้อมข้าวของเครื่องใช้ของผู้รอดชีวิต และนิทรรศการเรียกร้องสันติภาพโลก Atomic Bomb Dome ตั้งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางการระเบิดเพียง 160 เมตร ยังคงสภาพเดิมเพื่อเตือนใจมนุษยชาติ ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์เพียง 200 เยน (42 บาท) เปิดทุกวัน 8:30-18:00

เย็น: เกาะมิยาจิม่า

นั่ง JR ไป Miyajimaguchi (30 นาที ใช้ JR Pass) แล้วนั่งเรือ ferry ฟรี (JR Ferry ใช้ JR Pass ได้) ไป เกาะมิยาจิม่า ดูเสาโทริอิลอยน้ำแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของ Itsukushima Shrine (UNESCO World Heritage) ค่าเข้าศาลเจ้า 300 เยน (63 บาท) กิน momiji manju ขนมรูปใบเมเปิ้ลสดๆ ร้อนๆ

นั่ง Shinkansen ต่อไป Fukuoka ในคืนนี้ (1 ชั่วโมง ใช้ JR Pass)

ค่าใช้จ่ายวันนี้: พิพิธภัณฑ์ 42 + ศาลเจ้า 63 + อาหาร 1,200 + ค่ารถ local 300 = ~1,605 บาท

Day 11: ฟุกุโอกะ — Yatai + Hakata Ramen

เช้า: Dazaifu Tenmangu

นั่งรถไฟ Nishitetsu จาก Tenjin ไป Dazaifu Tenmangu (40 นาที) ศาลเจ้าของเทพเจ้าแห่งการศึกษา มีคนมาขอพรสอบผ่านเยอะมาก ทางเดินเข้าศาลเจ้าเรียงรายด้วยร้านขนม umegae mochi (โมจิเผาไส้ถั่วแดง 130 เยน) ต้องลอง Starbucks Dazaifu สาขาที่ออกแบบโดย Kengo Kuma สถาปนิกชื่อดัง

บ่าย: Canal City + Tenjin

เดินช้อปที่ Canal City Hakata ห้างขนาดใหญ่สไตล์ city-within-a-city มีน้ำพุแสดงทุก 30 นาที แล้วต่อที่ย่าน Tenjin ศูนย์กลาง shopping ของฟุกุโอกะ มี underground mall Tenjin Chikagai ยาวมาก

เย็น: Nakasu Yatai (ร้านริมทาง)

ค่ำนี้คือไฮไลท์ของฟุกุโอกะ — Yatai ร้าน street food แบบรถเข็นริมแม่น้ำ Naka-gawa ที่ Nakasu เมืองฟุกุโอกะเป็นเมืองเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงมีวัฒนธรรม yatai อย่างเข้มแข็ง โดยมี yatai ประมาณ 100 ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Naka-gawa และบริเวณ Tenjin ทุกคืน เปิดตั้งแต่ 18:00-02:00 เมนูยอดนิยมคือ Hakata tonkotsu ramen น้ำซุปกระดูกหมูข้นเข้ม ชามละ 700-1,000 เยน (147-210 บาท) และ mentaiko (ไข่ปลา cod หมักพริก) ที่เป็นของดีประจำเมือง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาฟุกุโอกะเพื่อ yatai โดยเฉพาะ สถิติจากเทศบาลเมืองฟุกุโอกะระบุว่า yatai สร้างรายได้ท่องเที่ยวกว่า 3 พันล้านเยนต่อปี

ค่าใช้จ่ายวันนี้: ค่ารถ Nishitetsu 400 + อาหาร 1,400 = ~1,800 บาท

Day 12: ฟุกุโอกะ — Ohori Park + Ramen Tour

เช้า: Ohori Park + Fukuoka Castle Ruins

เช้าสบายๆ เดินเล่นรอบ Ohori Park สวนสาธารณะใหญ่ที่มีทะเลสาบตรงกลาง วิวสวย อากาศดี เดินต่อไป ซากปราสาทฟุกุโอกะ (Fukuoka Castle Ruins) ค่าเข้าฟรี จุดชมวิวเมืองจากที่สูง

บ่าย: Hakata Ramen Tour

ฟุกุโอกะคือเมืองหลวงราเมนของญี่ปุ่น — ลองสาย Hakata tonkotsu แท้ๆ ร้านแนะนำ:

  • Ichiran — ราเมนซุปหมูข้น กินคนเดียวในคอกส่วนตัว (890 เยน)
  • Ippudo — ร้านราเมนดังระดับโลก สาขาแรกอยู่ที่นี่ (850 เยน)
  • Shin Shin — ราเมนเส้นบาง ซุปใส สไตล์ Nagahama (700 เยน)

เย็น: Tenjin + Momochi Seaside

เดินเล่น Momochi Seaside Park ริมทะเล ดูพระอาทิตย์ตก Fukuoka Tower อยู่ใกล้ๆ (ค่าขึ้น 800 เยน / 168 บาท) วิวทะเล 360 องศา

ค่าใช้จ่ายวันนี้: Fukuoka Tower 168 + อาหาร 1,400 + ค่ารถ 200 = ~1,768 บาท

Day 13: Nara Day Trip — กวาง + วัดโทไดจิ

เช้า: ฟุกุโอกะ → นารา

นั่ง Shinkansen จาก Hakata ไป Shin-Osaka (2 ชั่วโมง 30 นาที ใช้ JR Pass) แล้วต่อ JR Yamatoji Rapid Line ไป Nara (45 นาที ใช้ JR Pass ได้)

บ่าย: สวนกวางนารา + วัดโทไดจิ

เมืองนาราเป็นอดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่นในปี 710-784 และเป็นที่ตั้งของวัดและศาลเจ้ามรดกโลก 8 แห่ง ไฮไลท์สำคัญคือ สวนกวางนารา ที่มีกวาง sika กว่า 1,200 ตัว เดินเล่นอิสระ ซื้อ shika senbei (แผ่นข้าวเกรียบให้กวาง) มัด 10 แผ่น 200 เยน (42 บาท) กวางจะเข้ามาโค้งขอบคุณก่อนกิน น่ารักมาก

วัดโทไดจิ (Todai-ji) ค่าเข้า 600 เยน (126 บาท) เป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมีพระพุทธรูปสำริดขนาดยักษ์ Daibutsu สูง 15 เมตร สร้างปี 752 มีมุมให้ลอดเสาขนาดเท่ารูจมูกพระพุทธรูป — ลอดได้แปลว่าจะได้ enlightenment ในชาติหน้า

ต่อด้วย ศาลเจ้าคาสุกะไทชะ (Kasuga Taisha) ค่าเข้า 500 เยน (105 บาท) ศาลเจ้าเก่าแก่มีโคมไฟหินนับพันตัวเรียงราย

เย็น: กลับโอซาก้า

นั่ง JR กลับ Osaka เช็คอินที่พักย่าน Namba พักผ่อน

ค่าใช้จ่ายวันนี้: ค่าเข้าวัด/ศาลเจ้า 273 + อาหาร 1,200 + ค่ารถ local 200 = ~1,673 บาท (Shinkansen + JR local ใช้ JR Pass)

Day 14: โอซาก้า — ช้อปปิ้ง + กลับบ้าน

เช้า: ช้อปปิ้งสุดท้าย

วันสุดท้ายใช้ช้อปปิ้งและซื้อของฝาก:

  • Don Quijote Dotonbori — ร้าน discount ยักษ์ เปิด 24 ชั่วโมง มีทุกอย่างตั้งแต่ขนม เครื่องสำอาง อิเล็กทรอนิกส์ ใช้ Tax-Free ได้เมื่อซื้อครบ 5,000 เยน
  • Shinsaibashi — แบรนด์ญี่ปุ่น Uniqlo, GU, MUJI ราคาถูกกว่าไทย 20-30%
  • Osaka Station City — ห้าง Daimaru + Lucua ตรงสถานี JR Osaka

บ่าย: กลับบ้าน

ถ้าบินจาก Kansai Airport (KIX) — นั่ง Nankai Rapi:t จาก Namba (256 THB, 34 นาที) สะดวกและเร็วที่สุด

ถ้าบินจาก Fukuoka Airport (FUK) — นั่ง Shinkansen จาก Shin-Osaka ไป Hakata (2 ชั่วโมง 30 นาที ใช้ JR Pass) แล้วต่อรถไฟใต้ดินไปสนามบิน (5 นาที)

Tip: อย่าลืมทำ Tax Refund ก่อนออกนอกประเทศ ที่สนามบินมีเคาน์เตอร์ศุลกากรตรวจสอบ

ค่าใช้จ่ายวันนี้: Rapi:t 256 + อาหาร 1,200 = ~1,456 บาท

สรุปค่าใช้จ่ายแยกตามเมือง

เมืองจำนวนวันที่พัก/คืน (บาท)อาหาร/วัน (บาท)กิจกรรม (บาท)รวม (บาท)
Tokyo3 วัน 3 คืน2,0001,2001,91211,512
Hakone1 วัน (day trip)1,2001,5002,700
Kyoto3 วัน 3 คืน1,8001,2001,50010,600
Osaka2 วัน 2 คืน + 1 วันสุดท้าย1,8001,2005008,260
Hiroshima + Miyajima1 วัน1,2004051,605
Fukuoka2 วัน 2 คืน1,5001,4003686,668
Nara1 วัน (day trip)1,2002731,473
TransportJR Pass 14 วัน16,500
ตั๋วบิน14,000
eSIM + ประกัน1,400
รวมทั้งหมด14 วัน~74,718

เปรียบเทียบแผนทริป: 7 วัน vs 14 วัน

รายการ7 วัน Classic14 วัน Grand Tour
เมืองที่ได้ไปTokyo, Kyoto, OsakaTokyo, Hakone, Kyoto, Osaka, Hiroshima, Fukuoka, Nara
JR Pass7 วัน (50,000 เยน)14 วัน (80,000 เยน)
ที่พัก6 คืน13 คืน
งบรวม (Mid)~40,000 บาท~75,000 บาท
ความเหนื่อยปานกลางต้องจัดวันพักผ่อน
ความคุ้มค่า JR Passคุ้ม (Tokyo-Kyoto-Osaka)คุ้มมาก (เพิ่ม Hiroshima+Fukuoka)
เหมาะกับคนมีเวลาจำกัดคนอยากเห็นญี่ปุ่นทั้งประเทศ

สิ่งที่อยากบอก

เรื่องเงิน: แลกเงินจากไทยมาส่วนหนึ่ง (SuperRich หรือ Twelve Victory rate ดีกว่าธนาคาร) ที่เหลือกดจาก ATM 7-11 ในญี่ปุ่น (7-Bank) รับบัตรต่างประเทศ มี 20,000+ ตู้ทั่วประเทศ ค่าธรรมเนียมกดครั้งละ 110 เยน + ค่า bank charge ฝั่งไทย

เรื่องที่พัก: ทริป 14 วัน ที่พักคือค่าใช้จ่ายหลัก แนะนำ Business Hotel เชน Toyoko Inn, APA Hotel, Dormy Inn (มี onsen ในโรงแรม!) ราคาคืนละ 5,000-9,000 เยน (1,050-1,890 บาท) จอง Booking.com ล่วงหน้า 1-2 เดือนได้ราคาดีกว่า

เรื่อง Shinkansen: JR Pass ไม่ได้นั่ง Nozomi แต่ Hikari ก็ช้ากว่าแค่ 20-30 นาที ไม่ต้องกังวล จองที่นั่ง reserved ผ่าน Smart EX app ได้ หรือเดินไปนั่ง non-reserved car ได้เลย

เรื่องของฝาก: ซื้อที่ Don Quijote หรือ drug store (Matsumoto Kiyoshi, Welcia) ถูกกว่าร้านของฝากในสนามบิน 20-40% อย่าลืมใช้ Tax-Free เมื่อซื้อครบ 5,000 เยนขึ้นไป

เรื่องน้ำหนักกระเป๋า: ทริป 14 วัน ช้อปเยอะแน่ พิจารณาส่ง กระเป๋ากลับไทยด้วย Yamato Ta-Q-Bin (ส่งจากคอนบินิ) หรือซื้อกระเป๋าเปล่าเพิ่ม 1 ใบที่ Don Quijote


บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี 7 วัน โทโฮคุ นิกโก้ เกียวโตแพลนเที่ยว

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี 7 วัน โทโฮคุ นิกโก้ เกียวโต

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี 7 วัน 6 คืน โตเกียว นิกโก้ โทโฮคุ เกียวโต งบ 50,000-75,000 บาท จุดชม koyo ที่สวยที่สุด พร้อม JR Pass และวิธีจอง

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว 7 วัน เด็กเล็กก็ไปได้แพลนเที่ยว

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว 7 วัน เด็กเล็กก็ไปได้

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นกับลูก 7 วัน 6 คืน โตเกียว โอซาก้า ดิสนีย์ USJ teamLab พิพิธภัณฑ์ เด็ก 2-10 ขวบ งบ 50,000-80,000 บาท

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นหน้าซากุระ 7 วัน จุดชมซากุระที่ดีที่สุดแพลนเที่ยว

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นหน้าซากุระ 7 วัน จุดชมซากุระที่ดีที่สุด

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นหน้าซากุระ 7 วัน 6 คืน โตเกียว เกียวโต โอซาก้า จุดชมซากุระ 2026 งบ 45,000-65,000 บาท พร้อมวิธีจองตั๋ว ที่พัก และ JR Pass

แพลนเที่ยวโตเกียว 5 วัน 4 คืน งบ 35,000 บาท (2026)แพลนเที่ยว

แพลนเที่ยวโตเกียว 5 วัน 4 คืน งบ 35,000 บาท (2026)

แพลนเที่ยวโตเกียว 5 วัน 4 คืน แบบวันต่อวัน พร้อมลิงก์จอง — ที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรม ค่าใช้จ่ายจริงต่อคน

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวญี่ปุ่น 14 วัน ใช้เงินเท่าไหร่?
จากข้อมูลค่าใช้จ่ายจริงปี 2026 ทริป 14 วัน 13 คืน งบกลางๆ อยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาทต่อคน แบ่งเป็นตั๋วเครื่องบิน 14,000 บาท (บินเข้าโตเกียว ออกฟุกุโอกะ) JR Pass 14 วัน 16,500 บาท ที่พัก 13 คืน 23,400 บาท (เฉลี่ย 1,800 บาท/คืน) อาหาร 14 วัน 16,800 บาท (1,200 บาท/วัน) กิจกรรม 5,200 บาท eSIM + ประกัน 1,400 บาท อื่นๆ 2,000 บาท แนะนำให้ซื้อ JR Pass ผ่าน Klook ราคาถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่น สำหรับทริปแบบประหยัด สามารถลดเหลือ 55,000 บาทได้ถ้าพัก hostel กินข้าวคอนบินิเป็นหลัก
14 วัน ควรซื้อ JR Pass กี่วัน?
สำหรับทริป Grand Tour 14 วันที่เดินทางจากโตเกียวไปถึงฟุกุโอกะ แนะนำซื้อ JR Pass 14 วัน (80,000 เยน หรือประมาณ 16,500 บาท) เพราะเส้นทาง Tokyo-Hakone-Kyoto-Osaka-Hiroshima-Fukuoka-Nara มีการนั่ง Shinkansen หลายเที่ยว ถ้าซื้อตั๋วแยก Tokyo-Kyoto เที่ยวเดียว 13,320 เยน Osaka-Hiroshima 10,000 เยน Hiroshima-Fukuoka 8,600 เยน รวมขาเดียวก็เกิน 40,000 เยนแล้ว JR Pass ยังใช้รถ local JR ในแต่ละเมืองได้อีก แต่ข้อจำกัดคือนั่ง Nozomi ไม่ได้ ต้องใช้ Hikari หรือ Sakura ซึ่งช้ากว่า 20-30 นาที จอง JR Pass ผ่าน Klook ได้ราคาดีกว่าซื้อที่สถานี
ควรบินเข้าสนามบินไหน ออกสนามบินไหน?
สำหรับทริปนี้แนะนำบินเข้า Narita (NRT) หรือ Haneda (HND) เริ่มต้นที่โตเกียว แล้วบินกลับจาก Fukuoka (FUK) เป็น Open Jaw ticket ประหยัดเวลาและค่ารถไฟเพราะไม่ต้องย้อนกลับโตเกียว สายการบิน LCC อย่าง AirAsia, Thai VietJet มีเที่ยวบิน Bangkok-Tokyo ราคาเริ่ม 5,000-8,000 บาท ส่วน Fukuoka-Bangkok อาจต้องต่อเครื่องที่ Taipei หรือ Seoul ราคา 4,000-7,000 บาท รวมแล้วค่าตั๋วทั้งไปกลับประมาณ 12,000-15,000 บาท ถ้าจะบินตรงทั้งไปกลับจากโตเกียวก็ได้ แต่ต้องเพิ่มค่า Shinkansen Fukuoka-Tokyo อีก 22,000 เยน (ประมาณ 4,600 บาท)
14 วันจัดแผนยังไงไม่เหนื่อยเกิน?
หลักการจัด 14 วันคือสลับวันเดินเยอะกับวันชิลล์ ทริปนี้แบ่งเป็น Tokyo 3 วัน (เดินเยอะแต่ได้นั่งรถไฟพัก) Hakone 1 วัน (ออนเซ็น ชมวิว ชิลล์) Kyoto 3 วัน (มีวันปั่นจักรยานผ่อนคลาย) Osaka 2 วัน (street food + USJ เลือกได้) Hiroshima+Miyajima 1 วัน (เน้น history) Fukuoka 2 วัน (ราเมนทัวร์ + ศาลเจ้า) Nara day trip 1 วัน (เล่นกับกวาง ชิลล์) Osaka สุดท้าย 1 วัน (ช้อปปิ้ง) วันที่ 7 ควรเป็นวัน relax เต็มที่ ทริปยาว 14 วันถ้าไม่พักเลยจะเหนื่อยสะสม ควรเผื่อเวลา free time ทุก 3-4 วัน
eSIM หรือ Pocket WiFi ดีกว่าสำหรับเที่ยวญี่ปุ่น 14 วัน?
สำหรับทริปยาว 14 วัน eSIM สะดวกกว่ามาก ไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม ไม่ต้องชาร์จ Pocket WiFi ทุกวัน แพลนข้อมูล 14 วัน unlimited data ราคาประมาณ 500-800 บาท สั่งซื้อล่วงหน้าผ่าน Klook eSIM ญี่ปุ่น ถึงสนามบินเปิดใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรับเครื่อง ข้อดีคือเปลี่ยนเมืองกี่ครั้งก็ไม่ต้องทำอะไร เน็ตพร้อมใช้ตลอด ส่วน Pocket WiFi เหมาะกว่าสำหรับกลุ่ม 3-4 คนที่แชร์กัน แต่ต้องคืนก่อนบินกลับ มีจุดคืนที่สนามบินหลักทุกแห่ง

บทความนี้มีลิงก์ Affiliate — เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยหากคุณจองผ่านลิงก์ของเรา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ